Archive for the ‘ก้าวแรกสู่เส้นทางอิสระภาพทางการเงิน’ Category

6 ขั้นตอนสู่อิสรภาพทางการเงิน

Sunday, October 25th, 2009

เริ่มต้นสู่อิสรภาพทางการเงิน    

6 ขั้นตอนสู่อิสรภาพทางการเงิน ? The 6 Steps to Financial Freedom
1) จัดทำบัญชี และงบการเงิน
การเดินทางสู่อิสรภาพทางการเงินก็เหมือนกันกับการเดินทางทั่วไปที่ต้องมีแผนที่นำทาง ดังนั้นก่อนจะเริ่มเดินทาง คุณเองควรจะรู้ก่อนว่า ปัจจุบันคุณอยู่ ณ จุดไหนของคำว่า ?อิสรภาพทางการเงิน? ลองจัดทำงบการเงิน
2) ตั้งเป้าหมาย และวางแผน
เริ่มต้นจากอิสรภาพทางการเงินขั้นพื้นฐาน 6 ประการ คือ
? เศรษฐกิจพอเพียง
? เก็บ 10 เปอร์เซ็นต์ (ของรายรับทั้งหมด)
? สำรองเงินไว้ใช้จ่าย (อย่างน้อย 6 เดือน)
? ประกันชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุ
? เรียนรู้ตลอดชีวิต
? บริจาคตามกำลัง
ลองพิจารณาดูว่าชีวิตของท่านบรรลุเป้าหมายพื้นฐานในแต่ละข้อข้างต้นหรือยัง ถ้ายังให้กำหนดหัวข้อเหล่านี้เป็นเป้าหมาย ที่สำคัญต้องกำหนดวิธีการ กรอบเวลา รวมถึงประเมินภาพในอนาคตไว้ด้วย ส่วนใครที่มีอิสรภาพการเงินขั้นพื้นฐานแล้ว ก็อาจตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้นไปได้ ไม่ว่ากัน
3) ลงทุนในการเรียนรู้
?High Understanding, High Returns? ยิ่งคุณเข้าใจธุรกิจที่คุณลงทุนมากเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถสร้างกำไรจากมันได้มากเท่านั้น จงเรียนรู้ให้หนักขึ้น เพื่อจำกัดความเสี่ยงทั้งมวลที่อาจจะเกิดขึ้น โลกไม่ได้ยากเย็นอย่างที่เราคิด แต่ที่ใครหลายคนคิดว่ามันยาก เพราะเขาเหล่านั้นไม่เคยแบ่งเวลามาสนใจใยดีกับมันต่างหาก
จงแบ่งเวลาให้กับการเรียนรู้ทุกรูปแบบ อย่าจำกัดเฉพาะแต่ในห้องเรียน จงมองโลกให้กว้างเพื่อที่ท่านจะได้เห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่อีกมากมายบนโลกใบนี้
เราลงทุนในการเรียนรู้ด้วยอะไรบ้าง ?
? เวลา
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณา ปัจจุบันคุณให้เวลากับการเรียนรู้สักแค่ไหน ถ้าคิดว่ายังน้อยไป จัดแบ่งเวลาในการเรียนรู้ให้มากขึ้น แล้วคุณจะได้รับมากขึ้น
? ความคิด
 คนสองคนนั่งเรียนคอร์สเดียวกัน คนหนึ่งเอากลับมาคิดต่อยอดไปสู่การกระทำ อีกคนได้แค่นั่งดีใจว่ารู้แล้ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับสองคนนี้ต่างกันมหาศาล
? สายสัมพันธ์
การลงทุนในสายสัมพันธ์ ก็สามารถสร้างการเรียนรู้ได้อย่างมากมาย คนหลายคนมักคบหา หรือคิดถึงคนอื่นยามที่ตัวเองเดือดร้อนเท่านั้น เรียนรู้ที่จะใช้เวลากับผู้อื่น แบ่งปันความรู้ ความคิด ความช่วยเหลือให้กับคนรอบข้างโดยเฉพาะคนที่แตกต่างจากคุณ เพราะมันจะช่วยให้โลกของคุณกว้างขึ้น ไม่เพียงแค่ความรู้ แต่มันคือโลกแห่งความรัก และความเอื้ออาทรกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เงินก็ซื้อหาไม่ได้
? ความรู้
เข้าร่วมทำงานกับองค์กร หรือชมรมที่ท่านสนใจ เพื่อสร้างโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน อันจะก่อให้เกิดบูรณาการทางความรู้และความคิดได้เป็นอย่างดี
? การตั้งคำถาม
คำถามที่ดีเป็นการสร้างโจทย์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ชีวิต ในทางตรงกันข้าม คำถามแย่ ๆ ก็ทำให้คุณเป็นคนในด้านตรงกันข้ามได้เช่นกัน
ลองพิจารณาคำถามต่อไปนี้
?ทำไม เราไม่เกิดมารวยเหมือนคนอื่นบ้าง?
?ทำไม เราไม่โชคดีเหมือนคนอื่นเขาบ้าง?
เริ่มต้นใหม่ ตั้งคำถามที่ดีให้กับตัวเอง แล้วคุณจะได้คำตอบที่ดีกลับคืนมา
?ฉันจะประสบความสำเร็จในชีวิตก่อนอายุ 35 ปี ได้อย่างไร?
คำถามใหม่ ๆ จะนำคุณไปสู่การลงทุนครั้งใหม่ในชีวิต จงใช้ชีวิตกับคำถามใหม่ ๆ เลิกถามคำถามเก่า ๆ
?หุ้นตัวไหนน่าซื้อ?
?กู้เงินแบงค์ไหน ดอกเบี้ยต่ำสุด?
?มีเงินเก็บ 50,000 ทำธุรกิจอะไรดี?
?สิ่งที่คุณถาม คือ สิ่งที่คุณจะได้รับ?
? อื่น ๆ อีกมากมาย (ลองคิดต่อเองนะครับ)
4) แวดล้อมตัวคุณ ด้วยคนที่คิดแบบเดียวกัน
คนเราเป็นไปตามสภาวะแวดล้อมเสมอ อิสรภาพทางการเงิน เกิดได้ทันทีที่คุณเป็นผู้เลือกกระทำ ดังนั้น จงเลือกสภาวะแวดล้อมที่จะพาชีวิตคุณไปในทางที่ดี
5. ลงมือปฏิบัติ บันทึกผล
?บิดาของความสำเร็จ คือ การกระทำ? คำพูดนี้ยังคงเป็นสิ่งที่เป็นจริงเสมอ
ลงมือปฏิบัติตามแผนงานที่กำหนดไว้ จดรายละเอียดของทุกการกระทำสำคัญ ๆ ไว้ เพื่อเปรียบเทียบ และปรับแก้แผนงานสู่อิสรภาพทางการเงิน
6. ทบทวน
ตรวจสอบผลการปฏิบัติ กับแผนที่วางไว้ ว่าเป็นไปตามแผนแค่ไหน ต้องปรับแก้อะไร ในขั้นตอนนี้อาจปรึกษาผู้ประสบความสำเร็จเพื่อช่วยทบทวน และให้คำแนะนำในการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป หัวข้ออะไรบ้างที่ต้องทบทวน

? ความคิด
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบตลอดเวลา หมั่นคอยเช็คและตรวจสอบความคิดของเราถูกต้อง หรือสอดคล้องกับแนวทางสู่อิสรภาพทางการเงิน หรือไม่
 
? จิตใจ
ตรวจสอบจิตใจทั้งก่อนและหลังตัดสินใจใช้จ่าย หรือลงทุน จำเอาไว้ว่า การลงทุนที่ทำให้คุณรู้สึกไม่มีความสุขตั้งแต่ใส่เงินลงไป นั่นก็ถือว่า ขาดทุน เรียบร้อยแล้ว
? งบการเงิน
ตรวจสอบแผนที่ทุกครั้ง โดยอาจทำเป็นประจำทุกเดือน เพื่อคอยตรวจสอบว่า เราเดินออกนอกลู่นอกทางหรือเปล่า หรือเราเข้าใกล้อิสรภาพทางการเงินเพียงใด

เริ่มต้นตรวจสอบตัวเอง จัดทำบัญชี และวางแผนสู่อิสรภาพทางการเงินตั้งแต่วันนี้ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง จงจำเอาไว้ว่า ?อิสรภาพทางการเงิน เริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ ของทุก ๆ คน?

ผมลืมที่มาถ้าใครทราบช่วยบอกด้วย จะได้ให้เครดิตเจ้าของบทความถูกครับ ขอบคุณครับ

กลยุทธ์เพื่ออิสรภาพทางการเงิน

Sunday, October 25th, 2009
   

 

กลยุทธ์เพื่ออิสรภาพทางการเงิน
16-10-2009 Views: 1828
1.     ควรสำรองเงินไว้ใช้เผื่อฉุกเฉินเท่าไรดี 

 

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ควรออมไว้เผื่อฉุกเฉินคือ ประมาณ 6 เท่าของรายจ่ายประจำเดือน โดยออมไว้ในลักษณะที่มีสภาพคล่องสูง หากเงินออมสามารถมีผลตอบแทนได้ด้วยก็ยิ่งดี เช่น ฝากธนาคารไว้ในบัญชีออมทรัพย์บางส่วน ในบัญชีเงินฝากประจำบางส่วน หรือในรูปของทรัพย์สินมีค่าที่มีสภาพคล่องดี เป็นต้น

การซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตก็มีประโยชน์เผื่อการป่วยไข้หรือประสบอุบัติเหตุได้

 

2.     มีเงินออมเท่าไรจึงจะดี 

 

เงินออมที่ควรมี    = อายุ X เงินได้ทั้งปี  X 0.1

 

ตัวอย่าง สมชายอายุ 30 ปี มีรายได้เดือนละ 25,000 บาท

สมชายควรมีเงินออม = 30  X 25,000×12 X 0.1 = 900,000 บาท

 

หากมีเงินออมน้อยกว่าที่คำนวณได้ ควรต้องเร่งออมและมีวินัย เพื่อชีวิตที่สบายในวันหน้า

 

3.     ออมแบบลบ 10 เพิ่ม 10

 

ออมแบบลบ 10  คือ หาได้เท่าไรหักไว้เป็นเงินออม 10% ก่อนใช้จ่ายเสมอ

ออมแบบเพิ่ม 10 คือ ก่อนจะใช้เงินต้องแยกเงินไปออมไว้ 10% ของเงินที่จะจ่ายไป

 

ออมแบบนี้จะสร้างนิสัยการออมเพื่อชีวิตที่สบายวันหน้า

 

4.     ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐมอบให้

 

ใน เดือนมีนาคมของทุกปีเป็นช่วงเวลายื่นภาษีเงินได้สำหรับคนวัยทำงาน บางท่านอาจรู้สึกเสียดายเมื่อเห็นยอดภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปี แต่หากศึกษาสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขที่รัฐมอบให้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน รู้จักออมและเลือกลงทุนแล้ว จะพบว่าท่านสามารถประหยัดภาษีได้เป็นจำนวนไม่น้อยที่เดียว เช่น การลงทุนซื้อประกันชีวิต การฝากธนาคารบัญชียกเว้นภาษี หุ้นกู้ การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund หรือ LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund หรือ RMF)

 

5.     ประหยัด 1 บาท เท่ากับเพิ่มเงินออมมากกว่า 1 บาท

 

ทุกๆ 1 บาทที่ประหยัดได้วันนี้ เท่ากับมีฐานเงินออมเพิ่มาขึ้น 1 บาท ที่กำลังจะสร้างผลตอบแทนที่งอกเงย นำไปสู่ความมั่งคงที่เพิ่มขึ้น

 

6.     สี่ขั้นตอนวางแผนใช้จ่ายเพื่อ “เพิ่มคุณภาพชีวิต”

 

1)      สำรวจรายได้  เพื่อให้รู้ถึงวงเงินที่สามารถจ่ายได้

2)      กำหนดเป้าหมายการใช้จ่าย โดยวางแผนใช้จ่าย เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิต

“สบายวันนี้ ไม่ดีพอ แต่เราขอ คงมั่งมี ในวันหน้า”

3)      บันทึกการใช้จ่ายทุกวัน จะช่วยเตือนใจให้ใช้จ่ายอยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้

4)      มีวินัย ทบทวน ปรับปรุงแผนการใช้จ่ายเป็นระยะๆ เพื่อใสอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

 

7.     สี่ขั้นตอนวางแผนใช้จ่ายเพื่อ “เพิ่มคุณภาพชีวิต”

ควรใช้จ่ายเพื่อมุ่งหวัง “เพิ่มคุณภาพชีวิต” โดย พิจารณาประโยชน์ หรือคุณค่าที่แท้จริงมากกว่ากระแสนิยม เช่น รับประทานอาหารด้วยหวังในคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจมากว่าหวังความโก้หรู

 

8.     แนวทางการใช้จ่ายอย่าง “มีคุณภาพ”

ü       ซื้อเมื่อจำเป็น ไม่ใช้ ไม่ซื้อ

ü       ซื้อเมื่อพร้อมทั้งเงินทุน การใช้ประโยชน์และการดูแลรักษา

ü       ไม่หลงกลลวงการตลาดเพราะของแถมหรือได้รับสิทธิพิเศษ

ü       เปรียบเที่ยบราคาและคุณประโยชน์ก่อนตัดสินใจซื้อ

ü       บันทึกแผนการใช้จ่าย และการใช้จ่ายจริงทุกครั้ง

ü       ไม่หลงโฆษณาชวนเชื่อที่อ้างสรรพคุณเกินจริง

 

ท่องคาถาประหยัดเงินอยู่เสมอ เช่น “ถูกแค่ไหน ถ้าไม่ใช้ ก็ไม่ซื้อ”

 

9.     ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่ท่านสามารถแปลงเป็นเงินออม

ค่าบุหรี่ ค่าเครื่องดื่มปรุงแต่ง หรือผสมแอลกอฮอล์ หากเปลี่ยนวิถีชีวิตโดย ลด ละ เลิก สิ่งเหล่านี้เพียงวันละ 50 บาท เป็นเวลา 365 วันใน 1 ปี ท่านจะมีเงินออมมากกว่า 18,250 บาท ทั้งได้ความมั่นคงในชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น

 

 

“(ออม) สบายๆ วันนี้…สร้างความพร้อมที่จะสบายวันหน้า”

 

 

ที่มา : เอกสารโครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม www.thaimutualfund.com

 


อิสรภาพทางการเงิน -วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

Sunday, October 25th, 2009

อิสรภาพทางการเงิน

อิสรภาพทางการเงิน คือ การที่คุณมีชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องทำงานหรือทำงานที่คุณรัก โดยที่คุณไม่ต้องคำนึกถึงรายได้หรือรายจ่ายที่คุณต้องไปหางานเพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ทำอย่างไรถึงจะได้ไปถึงอิสรภาพทางการเงิน

1. เก็บออมเงิน คือ การนำเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปเก็บเพื่อไปใช้ในอนาคต อาทิ การใช้จ่ายยามฉุกเฉิน การลงทุน

  • จ่ายให้ตัวเองก่อน คือการนำรายได้ของตัวเองหักออกมาเก็บโดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่เก็บไว้ จนกว่าจะสามารถนำเงินที่เก็บได้นำไปทำให้เกิดผลตอบแทนที่ต้องการ วิธีการกำหนดว่าคุณจะหักจากรายได้เป็นร้อยละเท่าไรขึ้นอยู่กับตัวของคุณ โดยทั่วไปจะตั้งไว้ที่ 10% เป็นขั้นต่ำ ซึ่งคุณอาจจะเพิ่มเป็น 15%, 20% หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับความต้องการบอกแต่ละบุคคล
  • จ่ายเพิ่มให้กับตัวเอง ทุกครั้งที่คุณมีรายจ่ายในการซื้อของให้จ่ายกับตัวเองเพิ่ม วิธีนี้จะทำเหมือนกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่คุณต้องจ่ายให้กับรัฐบาล แต่ภาษีมูลค่าเพิ่มนี้คุณจะจ่ายให้ตัวเองแทน โดยจะกำหนดเป็นร้อยละเท่าไรขึ้นอยู่กับตัวของคุณ อาจจะเริ่มที่ 3% เป็นการเริ่มต้น
  • การหักจากรายจ่าย คือ ในแต่ละวันที่คุณมีรายจ่าย คุณก็ต้องหักเงินจากรายจ่ายในการใช้จ่ายของคุณในแต่ละวัน คุณอาจหักรายจ่ายจากรายได้ร้อยละเท่าไรขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง

2. นำเงินออมไปให้งอกเงย

  • ฝากธนาคาร
  • ลงทุน
  • ทำประกันชีวิต
    • ทำธุรกิจ
    • หุ้น
    • ตราสาร
    • อสังหาริมทรัพย์

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี